bloggang.com mainmenu search



ขอขอบคุณภาพประกอบจาก gmmgrammy
          จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีนโยบายให้ทุกค่ายเพลงในเครือ ห้ามเผยแพร่มิวสิกวิดีโอของศิลปินในค่ายลงบนเว็บไซต์ Youtube.com เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนเพลงเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ก็ได้มีแฟนเพลงเข้าไปโพสต์ข้อความสอบถามเรื่องนี้ในหน้าเฟซบุ๊ก GMM Music เพื่อให้ไขข้อข้องใจด้วยนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ในหน้าเฟซบุ๊ก GMM Music ได้ชี้แจงถึงนโยบายดังกล่าวว่า การไม่อัพโหลดมิวสิกวิดีโอบนเว็บไซต์ Youtube.com ไม่ได้หมายความว่า ผู้บริโภคจะไม่สามารถชมมิวสิกวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตได้ โดยตอนนี้ทางแกรมมี่กำลังเพิ่มช่องทางการเข้าไปดูมิวสิกวิดีโอตัวใหม่ ๆ ของแกรมมี่ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องนี้ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมกันนี้ GMM Music ก็ได้แนะนำให้ผู้บริโภคเข้าไปชมมิวสิกวิดีโอได้ทางเว็บไซต์ www.gmember.com ไปก่อน
          ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก GMM Music ยังได้ตั้งคำถามในหน้าเว็บเพจด้วยว่า ผู้บริโภคคิดเห็นอย่างไรบ้าง หากมีเว็บไซต์แบบเดียวกับ Youtube.com ที่สามารถดูฟรีได้ และมีโปรแกรมที่ช่วยให้สามารถฟังเพลงได้ไม่จำกัด รวมทั้งชิ้นงานโฆษณา และข้อมูลข่าวสารของศิลปินยังอยู่ใน Youtube.com ซึ่งก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า การที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะออกมาปกป้องสิทธิ์ถือว่าไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรหาทางเลือกอื่นไว้รองรับด้วย ขณะที่บางความเห็นก็มองว่า อยากให้ทางแกรมมี่ไปคุยกับ Youtube เรื่องรายได้ที่จะได้รับจากยอดวิว เพราะการไม่นำมิวสิกวิดีโอมาเผยแพร่ลงใน Youtube.com เท่ากับตัดช่องทางโปรโมตอัลบั้มและศิลปินไปแบบฟรี ๆ เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะนึกถึงเว็บไซต์ Youtube.com เป็นอันดับแรก
ด้านนายกริช ทอมมัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจเพลง) กล่าวถึงเรื่องนี้ในเฟซบุ๊ก Krij Thomas ว่า ระบบของ Youtube.com ในประเทศไทย ไม่มีการปิดกั้นการดาวน์โหลดที่ผิดกฎหมาย ทำให้เกิดการดาวน์โหลดผีหนักขึ้น จึงตั้งคำถามว่า แล้วจะเปิดต่อไปทำไม
          "ระบบของ YouTube คือการขาย Ad ให้แก่ Sponser ที่สนใจ Target ที่มาดู MV ฟรี ๆ ในระบบ อันที่จริงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง...ยกเว้นในประเทศไทย
          1.ประเทศเหล่านั้น ภาครัฐ ปิดระบบการทำดาวน์โหลดแบบผิดกฏหมาย แม้ไม่สามารถปิดแบบ Personel D/L ก็ตาม แต่ก็เรียกว่าควบคุมการแพร่กระจาย แจกกันได้มาก
          2.ระบบแบบ YouTube นั้น ไม่นับเพลงที่คลิกจากประเทศไทย เพราะสาเหตุของระบบและสัญญา
          ยังมีข้ออื่น ๆ อีก แต่แค่สองข้อนี้ก็ไม่ทำให้เกิดการค้าแล้ว แถมยังทำให้เกิดการดาวน์โหลดผีกันหนักขึ้นไปอีก ถามว่า แล้วจะเปิดต่อไปทำไม ถามว่า ถามกันหรือยังว่า ถ้าปิดแล้วจะแก้กันยังไง..."
  อย่างไรก็ตาม นายกริช ยังระบุด้วยว่า อีกไม่นานทางบริษัทจะมีการออกข่าวเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ยังคงขอเป็นความลับทางธุรกิจก่อน
Create Date :06 สิงหาคม 2555 Last Update :6 สิงหาคม 2555 21:09:04 น. Counter : 1520 Pageviews. Comments :0