การศึกษาแนววอลดอร์ฟในบริบทของคนไทยและครอบครัวของเรา




การศึกษาวอลดอร์ฟมิได้มีเป้าหมายให้ผู้เรียนสะสมความรู้ เพื่อเข้าสู่สนามแข่งขันทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการศึกษาที่ปลุก(awaken) ตัวตนภายใน (Ego) ของมนุษย์ให้ตื่นจากการมุ่งยึดตนเอง ไปสู่การปล่อยวางสิ่งห่อหุ้มในมิติทางกาย ความรู้สึก และความคิด จนสำนึกถึงความรับผิดชอบอย่างสมบูรณ์ต่ออนาคตของตน มนุษยชาติ และโลก
(คัดจากปกหลังหนังสือ" การศึกษาวอลดอร์ฟ ปรัชญา หลักสูตร และการสอน โดย บุษบง ตันติวงศ์" ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ)

ในทางปฏิบัติบนพื้นฐานของครอบครัวเรา ในบริบทของคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ เราก็พยายามจะเข้าใจ และนำมาปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กอปรกับหลักคำสอนในพุทธศาสนา เพื่อที่จะบ่มเพาะความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แก่ลูก ๆ ของเราค่ะ

ความตั้งใจของบล็อกนี้ต้องการเล่าถึงการได้รับโอกาสเข้ารับการอบรม Asian Teacher Training (ATT 2009) ที่วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยการแนะนำจากคุณจันทร์สวยซึ่งรู้จักกันในบล็อกแก๊งค์นี่เองค่ะ(ฉะนั้นจึงขอขอบคุณทั้งคุณจันทร์สวย เจ้าหน้าที่บล็อกแก๊งค์ เจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยฯ รวมทั้งวิทยากรทั้งจากฮอลแลนด์ ไทย และเยอรมันค่ะ)

ทุกวิชาและทุก workshop ล้วนน่าสนใจมากค่ะ แต่บล็อกนี้ขอเล่าถึงวิชาหลักที่ลงคือ Curative Education(การศึกษาเพื่อการเยียวยา) กันก่อนนะคะ
สอนโดย Mr. Hermann Wessels ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ)

จริง ๆ แล้ววิชานี้สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กพิเศษโดยตรง แต่ดิฉันก็ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงหรอกค่ะ เพียงแต่มีความสนใจถึงที่มาและที่ไปของความพิเศษเหล่านี้ค่ะ ฉะนั้นดิฉันจะไม่ลงลึกไปในรายละเอียดของเด็กพิเศษในแต่ละประเภทหรอกนะคะ เพียงอยากจะจดบันทึกถึงสิ่งที่เพิ่มมาในความเข้าใจให้กับตนเอง และเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยค่ะ

จะสังเกตได้ว่าคุณครูในการศึกษาวอลดอร์ฟนั้นฝึกฝนตนเองด้วยการทำงานศิลปะเป็นหลัก ทั้งนี้เพราะศิลปะทำให้จิตมีสมาธิ บริสุทธิ์ ปราศจากการปรุงแต่ง ทำให้มองนักเรียนหรือสถานการณ์แบบองค์รวม ไม่มองว่าเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขทีละจุดตามมาตรฐานข้อย่อย แบบที่มักทำกันตามหลักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

การจะเข้าใจเด็กแต่ละคนนั้นเป็นไปตามหลักพุทธศาสนา คือเข้าใจผลของกรรม(Kharma) ของเด็กและพ่อแม่ของเด็กในชาติที่แล้ว ๆ มา รวมทั้งขั้นตอนในการจุติของเด็กแต่ละคน

ก่อนที่ผู้อ่านจะรู้สึกว่าไกลตัวเกินไป หรือเป็นนามธรรมเกินไป ดิฉันขอนำกลับมาที่สิ่งที่ต้องการจะเตือนตัวเองและผู้อ่านค่ะ นั่นก็คือ เราผู้เป็นพ่อแม่หรือครูอาจารย์นั้นควรที่จะเข้าใจเด็กแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และพร้อมจะส่งเสริมเขาอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อที่ว่าพัฒนาการทั้งของเขาและเราก็จะเติบโตขึ้น ทั้งในชาตินี้และชาติหน้าค่ะ

มาดูตัวอย่างบรรยากาศในห้องเรียนอนุบาลโครงการโรงเรียนต้นแบบ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัย มหิดล(ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และคุณครูอนุบาลมา ณ ที่นี้นะคะ)






ห้องเรียนของการศึกษาแนววอลดอร์ฟ มักจะใช้สีอ่อน ไม่ฉูดฉาด
ตบแต่งด้วยของเล่นเครื่องใช้ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติค่ะ






มีตารางและจังหวะเวลาที่แน่นอน
เพื่อให้เด็กเกิดการสมดุลย์ในการหายใจเข้าและหายใจออกค่ะ





ต่อด้วยตัวอย่างหนังสือนิทานทำมือที่คุณครูเป็นคนทำเองค่ะ ใช้สีน้ำและสีหลักซึ่งเป็นแม่สี อาจมีการแต่งกลอนประกอบ




ปกหน้าและปกหลังของเรื่องสุขสันต์วันเกิดค่ะ
การศึกษาวอลดอร์ฟจะให้ความสำคัญกับเทศกาลค่ะ





เนื้อเรื่องด้านในค่ะ













ขอขอบคุณ BG สวย ๆ จากคุณเนยสีฟ้าค่ะ


Create Date : 12 พฤษภาคม 2552
Last Update : 13 พฤษภาคม 2552 8:45:49 น. 20 comments
Counter : 2106 Pageviews.

 
สวัสดียามเย็นค่ะคุณเค็น...
เป็นแนวทางการศึกษาที่คนไทยไม่คุ้นกันเท่าไหร่มังคะ...
ในบ้านเมืองเรา เรียนกันแบบตามกรอบกระทรวงศึกษาธิการเป๊ะๆ กันมาตลอดละค่ะ... ดีไม่ดีก็ไม่รู้ละ ต้องเรียนกันแบบนี้ทั่วหน้า...


โดย: Devonshire วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:53:03 น.  

 
ขอเก็บรูปไปนะคะคุณเค็น ตั้งใจจะจัดบ้านให้มีบรรยากาศแบบนี้ค่ะ


โดย: กุล IP: 58.10.204.156 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:20:55 น.  

 
พี่แดงขา ต้องพูดดังกว่านี้อีกหน่อยค่ะ เพราะมีแต่เราได้ยินกันแค่นี้ล่ะค่ะ

คุณกุลขา ตามสบายเลยนะคะ ว่าง ๆ ไปเยี่ยมชมของจริงได้นะคะ อยู่ไม่ไกลบ้านคุณกุลด้วยค่ะ


โดย: chinging วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:40:57 น.  

 
ขอบคุณค่ะ...ที่นำการอบรมดีๆๆ มาบอกเล่าค่ะ
ปีหน้าจะหาโอกาสไปร่วมอบรมให้ได้ค่ะ
น่าสนใจมากค่ะ


โดย: พี่เอ๋.. IP: 124.120.40.112 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:37:00 น.  

 
พี่เอ๋..พาพี่แบมกับพี่เบนซ์ไปเข้าแสนสนุกได้ปีกว่าแล้วค่ะ ปีนี้น้องบีมเพิ่งเข้า อ. 1 ค่ะ พรุ่งนี้เปิดเรียนจ้า....ก้อพยายามศึกษาแนวนี้ไปเรื่อยๆๆ ค่ะ ก้อพอเข้าใจบ้างน่ะค่ะ แต่คิดว่ายังต้องไปอบรมเพิ่มเติมอีกน่ะค่ะ....


โดย: พี่เอ๋.. IP: 124.120.40.112 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:42:25 น.  

 
ยินดีค่ะคุณพี่เอ๋ ปีหน้าคงได้เจอกันนะคะ



โดย: chinging วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:05:05 น.  

 
ขอบคุณคุณเค็นที่มีเรื่องราวดีๆ มาให้อ่านค่ะ

มีอบรมดีๆ บอกด้วยนะค่ะ

ขอบคุณมากมายจริงๆ เลยค่ะ


โดย: เก๋-กาย IP: 124.122.13.251 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:14:56 น.  

 
ยินดีมากมายค่ะ คุณเก๋-กาย


โดย: chinging วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:48:17 น.  

 
สวัสดีวันสีส้มค่ะคุณเค็น เปิดเทอมหรือยังคะ...


โดย: Devonshire วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:59:15 น.  

 
สวัสดีวันสีส้มหม่น ๆ ค่ะ เปิดเทอมตลอดเวลาค่ะ ฟังดูขยันไหมคะ


โดย: chinging วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:50:28 น.  

 
เค็นขยันจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ด้วยค่ะ และอยากให้คุณครูทุกโรงเรียนทำหนังสือนิทานทำมือที่คุณครูเป็นคนทำด้วยตัวเองจังเลยค่ะ ....


โดย: แนน AS IP: 202.29.38.248 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:37:09 น.  

 


โดย: chinging วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:31:34 น.  

 
คุณเค็นเคยไปอบรมที่รัถยาคมที่ปัญโญทัยมั้ยคะ
รบกวนสอบถามข้อมูลตรงนี้หน่อยน่ะค่ะ
พอดีเค้าจะเปิดคอร์ส 1 เดือนหน้า ไม่รู้ว่าจะ basic ไปมั้ยน่ะค่ะ

ถ้าสะดวกคุยทางเมล์ จะขอบคุณมากค่ะ
พี่เอ๋..
sptnath@truemail.co.th

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: พี่เอ๋.. IP: 124.120.37.136 วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:06:07 น.  

 
ได้ค่ะเดี๋ยวตามไปที่เมล์นะคะ


โดย: chinging วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:46:50 น.  

 
การศึกษาตามทฤษฎีของวอลดอร์ฟมีการนำมาใช้..จัดการเรียนการสอนในประเทศไทย มีโรงเรียนสาธิตฯ มหาวิทยาลัยฯ เริ่มใช้กันมาสักพักแล้ว หากต้องการดูรายละเอียดเข้าปายดูได้ที่ เว็ปฯ ของสภาการศึกษา ได้ครับ


โดย: Morken_Phuket IP: 58.9.125.237 วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:22:27:04 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: chinging วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:15:45:25 น.  

 
สวัสดีค่ะ หนูสนใจเกี่ยวกับการเรียนการสอนแนววอลดอร์ฟอ่ะค่ะ หนูอยากทำวิจัยเกี่ยวการการเรียนการสอนแนวนี้โดยนำมาวิเคราะห์ว่าสัมพันธ์หรือมีลักษณะคล้ายกับหลักปรัชญาอัตถิภาวนิยมอย่างไร แต่มีข้อสงสัยกับการเรียนในอนาคตอ่ะค่ะว่า นักเรียนที่เรียนตามแนววอลดอร์ฟจะมีพัฒนาการทางด้านวิชาการเทียบเท่ากับเด็กที่เรียนปกติหรือไม่ อย่างไร และเมื่อถึงวัยที่ต้องเข้ามหาลัยแล้วจะมีผลกระทบต่อการสอบหรือไม่ แล้วมีมหาวิทยาลัยไหนบ้างที่มีแนวคิดเช่นนี้ในการเรียนการสอนคะ



โดย: bbm... IP: 10.5.50.61, 192.168.1.100, 58.8.115.37 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:3:26:45 น.  

 
ตามที่ตนเองเข้าใจ และพอใจในปัจจุบันนั้นเด็กจะไม่มีข้อเสียเปรียบในด้านวิชาการค่ะ เพราะเขามีแนวโน้มที่จะเข้าใจตนเองและสิ่งที่ตนเองต้องการ พร้อมกับเข้าใจสถานการณ์รอบข้าง นั่นหมายความว่าเขาจะมีทุกอย่างเพียงพอในสิ่งที่ควรมีน่ะค่ะ

แต่ตัวจขบ. เองไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ข้างบนเป็นเพียงความคิดเห็นและความเข้าใจส่วนตัวเท่านั้นค่ะ คิดว่าน้องน่าจะติดต่อโรงเรียนที่ทำการสอนแนวนี้อีกทีค่ะ


โดย: chinging วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:10:49:15 น.  

 
แวะมาดูค่ะ พอดีหาข้อมูลทำเรื่องการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล ถึงแม้จะยังไม่เป็นคุณแม่ เพราะเพิ่งเรียนจบมา แต่ก็เคยเลี้ยงเด็กๆ หลานๆมาก่อนค่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่บอกว่า เราต้องเข้าใจในสิ่งที่เค้าเป็นก่อนค่ะ ^____^


โดย: คนผ่านทาง IP: 58.97.53.215 วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:15:42:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณคนผ่านทาง ลองดูหลาย ๆ แบบ ว่าแบบไหนเหมาะกับเราและลูกแต่ละคนที่จะมีในอนาคต


โดย: chinging วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:23:10:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
chinging
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]








INVITING THE BELL TO SOUND


Body, speech, and mind in perfect oneness-
I send my heart along with the sound of the bell,
May the hearers awaken from forgetfulness
and transcend all anxiety and sorrow.


HEARING THE BELL


Listen, listen,
this wonderful sound
bring me back
to my true self.


THICH NHAT HANH






9 Latest Blogs
ขอขอบคุณ คุณSevenDaffodils
ในคำแนะนำวิธีการทำ Latest Blogs ค่ะ



New Comments
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinging's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.