วัดคูเต่า งดงามศิลป์พื้นถิ่น การันตีด้วยรางวัลUNESCO เมื่อประมาณ 1-2 ปีให้หลัง หากใครติดตามข่าวเรื่องเกี่ยวกับโบราณสถาน คงจะได้ยินข่าว องค์การศึกษาวิทยาศาสร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก มอบรางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมฯ ให้แก่ศาลาเก่าแก่ของวัดคูเต่า จ.สงขลา จะว่าไปผมก็ไม่เคยไปวัดแห่งนี้เลยสักครั้ง เพียงแต่ได้ยินชื่อ จนโด่งดังได้รางวัลระดับนานาชาติ ก็คิดอยากไปเยี่ยมชมสักครั้ง แต่ด้วยงานที่มากหลาย ล่วงผ่านไปมาเป็นปีหลังจากได้รางวัล จึงพึ่งมีโอกาสมาชมความงามของวัดแห่งนี้ ศาลาวัดคูเต่าที่ได้รางวังจาก UNESCO และต้นจามจุรีใหญ่ อายุกว่า 100 ปี วัดคูเต่าอยู่ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ประมาณ 12 กม.ใช้เส้นทางไปแหลมโพธิ์ ผ่านที่ทำการเทศบาลเมืองคลองแห(ตลาดน้ำอันโด่งดังของเมืองหาดใหญ่) และวัดนารังนก วัดเก่าแก่อีกแห่งที่น่าสนใจมาก (วันหลังจะพาไปเยี่ยมชม) จากประวัติวัดคู่เต่าตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีศาสนสถานโบราณที่งดงามมากมาย หนึ่งในนั้นคือศาลาเก่าแก่ที่อยู่คู่กับต้นจามจุรียักษ์ ริมคลองอู่ตะเภา สถาปัตยกรรมเชิงช่างพื้นบ้านลุ่มทะเลสาบสงขลา แต่งามระดับนานาชาติ จนได้รางวัล UNESCO มาครอง ศาลาหลังที่หนึ่ง หน้าบันด้านทิศใต้ เป็นปูนปั้นลายเครือเถาพรรณพฤษาดอกพุดตานเต็มทั้งหน้าบัน ศาลาที่ว่านี้มีจำนวน 2 หลังสร้างมานานกว่า 100 ปี ใช้สำหรับให้ญาติโยมที่มาทำบุญที่นั่งพัก รวมถึงเป็นที่สอนหนังสือให้เด็กๆและสามเณรในอดีต ล่วงเลยผ่านไปศาลาแห่งนี้ก็ทรุดโทรมตามกาลเวลา ประจวบเหมาะกับทาง "สถาบันอาศรมศิลป์" จากกรุงเทพฯ มาชักชวนให้ชาวบ้านร่วมกับบูรณะ โดยทางอาศรมศิลป์เป็นพี่เลี้ยงในการบูรณะเพื่อให้คงสภาพใหล้เคียงอดีตมากที่สุด ส่วนการลงมือบูรณะเป็ฯฝีมือชาวบ้านและช่างท้องถิ่น จึงไม่แปลกที่เมื่อมองศาลาแห่งนี้ยังได้กลิ่นอายของงานท้องถิ่นที่มีชีวิตอยู่ ศาลาหลังที่หนึ่ง หน้าบันด้านทิศเหนือ เป็นปูนปั้นลายเครือเถาพรรณพฤษาดอกพุดตานเช่นเดียวกับอีกด้าน และมีจารึกเลขซึ่งน่าจะเป็นปีสร้างคือ 2459 การร่วมมือของชาวบ้านที่นี้ร่วมกันจริงๆนะครับ ตั้งแต่หาทุนทรัพย์ในการบูรณะกว่า 300,000 บาท จนถึงลงมือรื้ออาคาร ขัดหลังคาเองทั้งหมด หางหงส์ของศาลาหลังที่ 1 เป็นปูนปั้นรูปเทวดา หลังจากที่บูรณะกันเสร็จในปี 2555 ทาง อบต.ก็นำไปจัดนิทรรศการที่กรุงเทพ จนได้รับรางวัลจากสถาปนิกสยาม มาก่อนหน้าที่จะได้รางวัลยูเนสโก ภายในตัวศาลาหลังที่ 1 ครับ เอกลักษณ์งานใต้เลยครับ ห่างดั่งแกะลายเป็นกลีบดอกบัว มาถึงศาลาหลังที่ 2 ซึ่งอยู่ติดกันกับศาลาหลังที่ 1 อาคารทรงมนิลา สังเกตุดูนะครับ ห่างหงส์ 2 ชั้นไม่เหมือนกัน หน้าบันทั้งสองเหมือนกันครับ เป็นลายปูนปั้นจัดวางรูปแบบเรื่องราวผสมผสานกันระหว่าง รูปทรงคน และ สถาปัตยกรรมมีพระพุทธเจ้าในซุ้มปราสาทเป็นประธานภาพ และมีเทวดาชายหญิงร่ายรำข้างละ 3 องค์ ภายในศาลาหลังที่ 2 ต่างจากหลังแรกเล็กน้อย คือไม่มีห่างดั่ง ประดับด้วยตะเกียงไฟโปราณ หางหงส์ของศาลาหลังที่ 2 ขั้นบน (น่าจะเป็นครุฑ) หางหงส์รูปหัวพญานาค ของศาลาหลังที่ 2 ชั้นล่าง หางหงส์ของศาลาหลังที่ 2 ครับ ปิดท้ายด้วยปูนปั้นหน้าบันลายเครือเถาดอกพุดตาน ดอกใหญ่ๆ คราวหน้าจะพาไปชมพระอุโบสถของวัด งดงามมากเลยทีเดียว และแปลกตาไม่ใช่น้อย ติดตามความเคลื่อนไหวได้อีกทางใน facebook นะครับ ทางแฟนเพจ "โครงการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ลุ่มทะเลสาบสงขลา" เข้าไปกด Like แฟนเพจและร่วมพูดคุยสนทนา ติชมกันได้นะครับ มาร่วมกันสร้างฐานข้อมูลนี้ด้วยกันครับ ปล.ภาพในนี้อาจจะเล็ก เข้าไปดูรูปใน facebook ได้ครับ ภาพใหญ่จุใจกว่า อิอิ ถ่ายได้สวยมาก ขอบคุณมากค่ะทีนำเสนอเรื่องราวดีๆของบ้านเกิดเรา ด
โดย: คนสงขลา IP: 110.169.132.56 วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:2:01:02 น.
อุ้มแวะมาโหวต PHOTO BLOG ให้เลยค่ะ ว่าแล้วก็ขอแอคลงเฟรนลิงค์ละกันเน๊าะ โดย: อุ้มสี วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:11:28:37 น.
ภาพสวยมากค่ะ
หางหงส์หรือนาคเบือนที่เป็นหน้าคน ก็พบหลายที่เหมือนกัน คิดเอาเองว่าเขาอาจหมายถึงนาค แต่ไม่มีความรู้พอที่จะแน่ใจได้ เพราะ ได้เห็นภาพมนุษย์นาค ( บันไดนาค ) จากบล็อกคุณ Nagano วัดอิสสุรุมุณิยะ (Issurumuniya Temple) ที่ศรีลังกา ค่ะ โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:12:32:35 น.
มาดูภาพถ่าย ในบล๊อกนี้ก่อน ถ่ายภาพสวยครับ
ฝีมือการปั้นปูน เป็นแบบชาวบ้านจริงด้วย ชอบหลังคาที่ปู กระเบื้องแบบนั้นครับ โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:12:52:41 น.
ถ่ายภาพสวยมากนะคะ.....ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย
โดย: auau_py วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:13:03:42 น.
วัดคูเต่า ยังไม่เคยไปครับ ตลาดน้ำคลองแห และวัดนารังนก ก็ไม่เคยไป
ไปเที่ยวหาดใหญ่ เดินอยู่แต่แถวกิมหยง เพราะไม่เคยรู้ข้อมูลดีๆแบบนี้มาก่อน หากไปใหม่ จะหาโอกาส ล่ะ .. ขอบคุณครับ โดย: yyswim วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:16:05:49 น.
พุทธศาสนาในประเทศไทย เมื่อเริ่มต้นนั้นตำนานของศรีลังกาบอกว่าเจ้าชายสุมิตรที่เป็นเชื้อสายศากยะวงศ์เดินทางมาเผยแพร่พุทธศาสนาราว พ.ศ 900น่าจะขึ้นบกแถวไชยา เผยแพร่พุทธศาสนาที่นั้นก่อน จีนจดบันทึกว่าพระมหากษัตริย์ที่นั่นแซ่เดียวกับพระพุทธเจ้า... พ.ศ 1200 ตำนานจามเทวีวงศ์เล่าว่ามีฤาษี5 ตน (เดิมบวชอยู่ในพุทธศานาจนสำเร็จปัญจอภิญญา5และสมาบัติ5) มีสุพรหมฤาษีจากดอยเขางามเมืองนครศรีธรรมราชและวาสุเทวฤาษีจากดอยสุเทพ ได้ช่วยกันส่งเสริมให้พระนางจามเทวีตั้งรัฐพุทธศาสนาแห่งแรกที่เมืองลำพูน... ยาวนานมาถึงยุคสุโขทัยก็อ้างว่าปู่ครูทางพุทธก็ลุกมาจากเมืองนคร ดังนั้นจะเห็นว่าพุทธศาสนาในภาคใต้นั้นเก่าแก่มาก
โดย: surya21 (surya21 ) วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:19:00:04 น.
ฝาก blog ด้วยนะครับ
เพิ่งสร้าง แนะนำ ติชมกานได้ โดย: siamart ด้วยความยินดีค่า โดย: โสมรัศมี วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:20:22:17 น.
ภาพสวยดีครับ วัดภาคใต้ไม่เหมือนวัดภาคอื่นๆนะครับ
โดย: หนี่งหน่อง วันที่: 17 เมษายน 2556 เวลา:6:09:58 น.
ถ่ายภาพได้สวยมากๆค่ะ
อย่าลืมไปถ่ายทอดเรื่องราวของเชียงของด้วยนะคะ โดย: maistyle วันที่: 17 เมษายน 2556 เวลา:6:18:36 น.
ไปหาดใหญ่หลายครั้ง เพิ่งรู้ว่ามีที่เที่ยวอีกที่คือวัดคูเต่า ^^
โดย: jeab114 IP: 171.100.110.66 วันที่: 17 เมษายน 2556 เวลา:17:49:11 น.
ขอชื่นชมกับคนในชุมชนนี้จริงๆค่ะ ดีจังที่ช่วยกันจนอนุรักษ์ได้ขนาดนี้
โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 18 เมษายน 2556 เวลา:14:49:11 น.
สวัสดีค่ะ
แวะมาชมภาพสวยๆของวัด มีโอกาสผ่านไปต้องแวะไปชมแน่นอน ขอบคุณภาพและข้อมูลที่นำมาฝาก โดย: pantawan วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:0:07:53 น.
ภาพสวยมากค่ะ
ขอบคุณมาก...ที่นำมาให้ชม ตกข่าวนี้ด้วยค่ะ วัดทางภาคใต้นี่ก็แทบไม่เคยไปเลยค่ะ ***ตอนถ่ายกระโจมแตรมา มัวแต่คิดจะเก็บภาพกว้างน่ะค่ะ เลยลืมถ่ายตรงลายไม้มา เที่ยวหน้าถ้ามีโอกาสจะเก็บมาอีกรอบนะคะ โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:15:55:01 น.
ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ รอชมพระอุโบสถนะคะ ^^
โดย: a whispering star วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:19:59:28 น.
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างย่ิงกับท่านเจ้ากู เจ้าพระคุณท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อนและองค์ถัดๆมาจนกระทั่งองค์ปัจจุบัน รวมทั้งคณะกรรมการวัดและคณะศรัทธาทายกทายิกาวัดนี้ทุกท่าน ท่ีมีจิตใจและวิญญาณรักษาของดีท่ีสุดแห่งวัฒนธรรมของโลก ให้คงอยู่กับท้องถิ่นและสังคมสืบไปชั่วกาลนาน
แต่ขอติงท่านจขบ.นิดหนึ่ง ท่ีท่านเขียนว่า "ห่างดั่ง"นั้นอ่านทีแรกงงงันมากว่าหมายถึงอะไร แต่แล้วก้อนึกได้ว่า มันก็คือ" หางดั้ง"นั่นเอง ห่างหงส์ก็เช่นกัน โดย: หางหงส์ (สมาชิกหมายเลข 726927 ) วันที่: 19 เมษายน 2556 เวลา:21:15:27 น.
หากว่างเข้าไปดูบล็อกเที่ยวเหนือของเรานะคะ วัดสวย ๆ เพียบค่ะ
ไม่ว่าเที่ยวภาคไหน ส่วนใหญ่ก็จะไปดูวัดค่ะ เน้น ไปดู ไปชม นะคะ โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 เมษายน 2556 เวลา:9:45:16 น.
ไปสงขลามายังไม่เคยไปวัดนี้เลยปั้ม unesco ด้วยไม่ธรรมดาแน่นอน
เดี๋ยวเดือนหน้ามีโอกาสต้องไปนมัสการสักหน่อยจ๊ะ เป็นกำลังใจให้นักรีวิวทุกท่านเลย อยากได้อะไรขนไปได้เลยจ๊ะยินดี ขอบคุณที่รีวิวให้ชมมากๆๆ สวัสดี โดย: *SUPRA* วันที่: 23 เมษายน 2556 เวลา:10:17:57 น.
แวะมาทักทายค่า ถ่ายรูปสวยมากเลยค่า
มีความสุขทั้งวันน้าค้า ^^ โดย: tayya tatar วันที่: 23 เมษายน 2556 เวลา:10:31:47 น.
หวัดดีเช้าวันพุธครับ...
สวยงามครับ วัดร่องขุ่น, เชียงราย โดย: wicsir วันที่: 24 เมษายน 2556 เวลา:10:06:00 น.
โบราณสถานเก่าๆทุกที่ชอบมากครับ
วัดทางภาคใต้ไปน้อยมากครับ ขอบคุณที่นำเรื่องราวดี ภาพสวยๆ มาให้ศึกษา ชมกันครับ จากที่บล็อก หาบน้ำแก้บนครับ โดย: เศษเสี้ยว IP: 180.183.59.87 วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:8:05:18 น.
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 ธันวาคม 2556 เวลา:13:33:16 น.
|
siamart
Rss Feed Smember ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?] "เพราะศิลปวัฒนธรรม ทำให้ชีวิตคนมีค่า" จากคนที่ชอบการถ่ายภาพ จึงต้องท่องเที่ยวถ่ายภาพตามที่ต่างๆ และเป็นคนที่สนใจในสิ่งที่อยู่ในภาพถ่าย จึงออกมาเป็นบล็อกนี้ บล็อกนี้จะนำท่านย้อนอดีตด้วยรูปที่ผมถ่ายเอง เข้ากด Like เพจได้นะครับ http://www.facebook.com/pages/SIAMart/351361438298141 Group Blog | |||
Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. |